การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ. ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 21 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561

วัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถรอบด้าน “เก่งคน เก่งงาน และเก่งวิชาการ” เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา มีความภาคภูมิและองอาจในฐานะที่เป็นกลไก สำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในระดับถสานศึกษา

  1. กำหนดให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง(เปลี่ยนตำแหน่ง) ต้องได้รับการประเมิน ในระยะ 1 ปี
  2. เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาไปปฏิบัติงานที่สถานศึกษาแล้ว เป็นระยะเวลา 15 วันต้องจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนให้ครอบคลุมภารกิจและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. โดยจัดทำเป็นข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement)เพื่อที่จะนำไปสู่การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน ในระยะเวลา 1 ปี
  3. สพป./แจ้งองค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมินและวิธีการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในรอบ 1 ปี ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติ
  4. สพป.แต่งตั้งคณะกรรมการปรึกษา พี่เลี้ยง (Coaching Team) ให้มีหน้าที่ จำนวน 3 ท่าน วางแผนการปฏิบัติหน้าที่ตามคู่มือหรือแนวทางที่ สพฐ.และหน่วยงานต้นสังกัดกำหนด ให้คำปรึกษาแนะนำผู้อำนวยการสถานศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการศึกษา บริบทของโรงเรียน การจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา การจัดทำข้อตกลงในการปฏิบัติงาน แนะนำผู้อำนวยการสถานศึกษาในการปฏิบัติงานครอบคลุมภารกิจทั้ง 4 ด้าน ในการปฏิบัติงาน 1 ปี โดยวิธีการหลากหลาย ภาคเรียนละ 2 ครั้ง ปีละ 4 ครั้ง
  5. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน (Evaluation Team) ในรอบ 1 ปี อีก 3 ท่าน  (ประเมิน 6 เดือน/ ครั้ง  จำนวน 2 ครั้ง)
  6. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กำหนดแนวทางจัดประชุม,ส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เสนอรายงานผลการนิเทศ ให้คำปรึกษา ผลการประเมินสัมฤทธิผลให้ ศธจ.ทราบ
  7. เสนอขอกำหนดตำแหน่งทดแทนหรือเปลี่ยนตำแหน่งกรณีที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่ผ่านการประเมิน

กุลจิรา ไตรภูมิ กลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น